วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


“หมออุดม” มอบสอศ.เคาะปริมาณกำลังคน เงิน พัฒนาอาชีวะพันธุ์ใหม่ นำร่องใน 7 หลักสูตรตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศ ปั้นช่างที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ช่างที่มีแนวคิดแบบวิศวะ

      จากการประชุมหารือเพื่อวางแนวทางปฏิรูปอาชีวศึกษา ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ผลิตกำลังคนที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาประเทศ โดย ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร  รมช.ศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องดังกล่าว ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา( สกอ.) ผู้แทนกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มาหารือร่วมกัน
           ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า เป้าหมายของปฏิรูปอาชีวะ คือการปรับปรุงหลักสูตรของอาชีวะให้มีคุณภาพระดับสูง เป็น หลักสูตรอาชีวะนักเทคโนโลยีพันธุ์ใหม่ หรือ ช่างอาชีวะระดับพรีเมียม และมีความเชื่อมโยงกับหลักสูตรของอุดมศึกษาซึ่งก็ต้องมีการปรับเช่นเดียวกัน โดยการพัฒนาหลักสูตรอาชีวะก็มีต้นแบบทั้งจากประเทศญี่ปุ่น และเยอรมัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับ เบื้องต้น การปรับปรุงหลักสูตรอาชีวะนั้นจะนำร่องใน 7 หลักสูตรที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ  คือ 1.ระบบการขนส่งทางราง สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 2 แห่ง 2.ช่างอากาศยาน สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 5 แห่ง 3.แมคคาทรอนิกส์ สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 1 แห่ง 4. หุ่นยนต์อุตสาหกรรม สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 6 แห่ง 5.เทคนิคพลังงาน สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 4 แห่ง 6.การเทคโนโลยีการท่องเที่ยว มีสถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 6 แห่ง และ          7.โลจิสติกส์ อยู่ระหว่างการพิจารณาความพร้อมของสถานศึกษา
          “ตัวเลขของสถานศึกษาที่มีความพร้อมดังกล่าวยังไม่ถือว่าสิ้นสุด เพราะต้องเรียงลำดับขีดความสามารถที่แท้จริงประกอบด้วย เพราะเราจะไม่ทำแบบปูพรมทั้งหมด จะคัดเลือกสถาบันอาชีวะที่มีความพร้อม หรือทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอยู่แล้วมานำร่องก่อน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณจัดการศึกษารายหัวให้ แนวทางนี้จะคล้ายกับการผลิตแพทย์ ซึ่งที่ประชุมมอบให้ สอศ.ไปคำนวณตัวเลขความต้องการในแต่ละสาขา รวมทั้งงบฯสนับสนุน และงบฯต้นทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรจากรัฐบาลต่อไป ”รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
            ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ การผลิตอาชีวะจะมีหลายระดับ ได้แก่ ช่างที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน เช่น ช่างเชื่อม ที่ต้องเก่งและมีความชำนาญที่สุด และช่างที่มีแนวคิดเชิงวิศวกร แต่มีฝีมือแบบอาชีวะ ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความต้องการพัฒนาให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น โดยจะเสนอให้ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) การันตีเงินเดือน เหมือนกับกลุ่มแพทย์ เพราะเป็นการันตีตามความเชี่ยวชาญและทักษะ เช่นนี้กระบวนการเรียนการสอนต้องปรับ เน้นการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ โดยร่วมมือกับภาคเอกชน ขณะที่อาจารย์ผู้สอนจะต้องตามไปดู วิเคราะห์จุดอ่อน ทำวิจัยเชิงลึก ขณะที่ภาคเอกชนจะต้องเปิดช่องทางให้เด็กเข้าไปเรียนและมีงานทำมากขึ้น
                        ส่วนมหาวิทยาลัยจะต้องทำหลักสูตรที่เชื่อมต่อกับอาชีวะ โดยคนที่มีประสบการณ์ทำงานจะต้องใช้ประสบการณ์ทำงานเทียบโอนได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเรียนนาน ซึ่งทางสกอ.ชี้แจงว่าส่วนนี้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ทั้งนี้ ต่อไปมหาวิทยาลัยก็ต้องชัดเจนว่าจะต้องเปิดสอนหลักสูตรแบบบูรณาการมากกว่าหนึ่งศาสตร์ ที่ตอบโจทย์ประเทศสร้างบัณฑิตสายพันธุ์ใหม่ ที่สำคัญเราต้องการเน้นว่า จะต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษ และทักษะด้านเทคโนโลยี ซึ่งต่อไปจะเป็นนโยบายที่สำคัญ และทำได้ไม่ยาก แต่สกอ.จะต้องไปปลดล็อกข้อกำหนดต่างๆ เช่น มาตรฐานหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น
           ทั้งนี้ เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่าจะต้องดำเนินการให้ได้ภายในปีการศึกษา 2561 หรือเดือนสิงหาคมนี้  ซึ่งจะสามารถรับเด็กเข้าเรียนในกลุ่มนี้ในจากการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือทีแคส ปีการศึกษา 2561 รอบที่5 การรับตรงอิสระ ซึ่งเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน เท่ากับว่ามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมต้องจัดทำหลักสูตร ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อประกาศให้นักเรียน ผู้ปกครองรับทราบ  จากนี้ทั้งสอศ.และสกอ.จะต้องจัดทำรายละเอียดเพื่อหารือร่วมกันอีกครั้ง



10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย EEC

        ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การแข่งขันในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยกลับปรับตัวช้าลงๆ ทำให้เรามีการเจริญเติบโตเป็นไปในลักษณะถดถอย ขณะที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียได้มีการพัฒนาก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากประเทศไทยต้องการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว จำเป็นต้องมีการกำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ชัดเจน รวมทั้งมีมาตรการสนับสนุนเพื่อชักจูงการลงทุนในประเทศไทยด้วย กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้นำเสนอเรื่อง ข้อเสนอ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย: กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ภายใต้แนวคิดที่ว่า ประเทศไทยสามารถผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (S - Curve) ใน 2 รูปแบบ ได้แก่ 5 อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S - Curve) และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต(New S - Curve) และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ" ที่มา : สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) ดังนั้น 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ ที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (New Growth Engine) ของประเทศ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกได้